Make your own free website on Tripod.com

เซ็กซ์ทำให้ผู้หญิงแปดเปื้อน? แต่ทำให้ผู้ชายมีประสบการณ์?

- ใครคิดว่า ถ้าวัยรุ่นหญิงแต่งกายเรียบร้อยแล้วจะช่วยลดการข่มขืนได้ ...ยกมือขึ้น?
- ใครคิดว่า โรงเรียนไม่ควรรับคนที่เป็นเกย์ ตุ๊ด ทอม ดี้ เข้ามาเป็นครูบาอาจารย์บ้าง ...ยกมือขึ้น?
- ใครคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา หากลูกสาวแต่งงานและออกไปทำงานนอกบ้าน ในขณะที่สามีกลับอยู่บ้านเลี้ยงลูกเฉยๆ...?


คำถามเหล่านี้ถูกใช้เกริ่นนำให้กับบรรดาครูอาจารย์ที่ได้เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ “อคติเรื่องบทบาทหญิงชายในเพศศึกษา”
โตมร ศุขปรีชา นักเขียนและคอลัมนิสต์ชื่อดัง กล่าวว่า ในการที่จะอธิบายเรื่องราวเหล่านี้ คำสำคัญคงอยู่ที่คำว่า “อคติ” เพราะเมื่อไรก็ตามที่เป็นอคติ เมื่อนั้นก็จะมองไม่เห็นมัน เพราะเรากำลังเชื่อว่าสิ่งที่กำลังกระทำหรือตัดสินใจเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ในแง่นี้แล้วก็คงไม่ต่างจาก “ปลาที่อยู่ในน้ำ ย่อมมองไม่เห็นน้ำ”
ฉันใดฉันนั้น อคติก็เป็นสิ่งที่เราไม่อาจรู้ ถ้ามันยังคงอยู่กับเรา

“สิ่งที่ผมเห็นในสังคมตอนนี้ก็คือ ผมเห็นความพยายามในการครอบงำและควบคุมเด็ก ภายใต้อคติที่ว่า เด็กต้องโง่กว่าผู้ใหญ่เสมอ เพราะฉะนั้น ถ้าพ่อ-แม่ ผู้ปกครองคนใดสามารถควบคุมเด็กไปถึงเตียงนอนได้มากเท่าไร พวกเขาก็จะยิ่งรู้สึกปลอดภัยมากเท่านั้น ถ้าตอนนี้ใครคิดเครื่องเซ็นเซอร์ที่ติดจู๋-จิ๋มขึ้นมา ก็คงจะขายได้ดีมาก เพราะผู้ปกครองจะได้รู้ว่าเด็กของตนไปทำอะไรที่ไหนบ้าง เวลาที่พวกเขาบอกว่า ออกไปข้างนอกหรือออกไปหาเพื่อน” โตมรเกริ่นนำอย่างตรงประเด็น ก่อนจะเจาะลึกถึงอคติในเรื่องราวการสอนเพศศึกษาของสังคมไทย

โตมร เห็นว่า เราต่างมีฐานการสอนเพศศึกษาในการที่ควบคุมเรื่องเพศอย่างชัดเจน โดยไม่เปิดพื้นที่ทางสังคมให้กับคนที่เป็นเพศอื่นๆ (นอกจากชาย-หญิง) หรือยอมรับในความนิยมทางเพศที่ต่างไปจากตัวเอง เช่น พวกซาดิสต์-มาโซคิสต์ พวกชอบโชว์-ถ้ำมอง ที่สังคมมองในแง่ลบตลอดเวลา

“ในการเรียนการสอนทางเพศศึกษา เรามักจะจำกัดเสรีภาพในการกระทำต่างๆ ในเรื่องเพศ ซึ่งส่วนหนึ่งผมก็เห็นด้วย แต่สิ่งที่ยังขาดก็คือ เสรีภาพทางเพศในการเลือก (Freedom of sexul choice) เพราะมันไม่เปิดทางเลือกที่หลากหลายให้กับสังคมและวัยรุ่น มันมีแต่จะตีกรอบและปิดขังความเชื่อทางเรื่องเพศแบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น จึงต้องพยายามตั้งคำถามกับสิ่งที่มันกดทับเราอยู่ให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้น ก็ไม่มีวันที่จะเข้าใจว่า สิ่งที่มันเป็นคติของเรา แท้จริงมันคืออคติ”
เช่นเดียวกับ ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ก็ดูจะเห็นคล้องกับโตมรที่ว่า โดยหลักการแล้ว เพศศึกษาควรจะท้าทายหรือทำลายรากฐานความเชื่อชุดหนึ่งๆ แต่สิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้กลับเป็น การรักษาอคติที่สร้างปัญหาหลายๆ อย่างเอาไว้
ยกตัวอย่างเช่น มีความเชื่อว่าในวัยรุ่นชายจะมีฮอร์โมนที่พลุ่งพล่าน เกิดความรู้สึกต้องการทางเพศ(sex desire) แต่เวลาคิดภาพเช่นนั้น กลับกำลังคิดถึงแต่เพศชาย ลืมคิดถึงเพศหญิงว่าก็มีความต้องการเช่นกัน เพราะคิดว่าเขาไม่มี และ(หรือ) ไม่มีความต้องการ
ดร.ชลิดาภรณ์ อธิบายต่อว่า ในสหรัฐฯ มีวัยรุ่นหญิงเข้าไปหาครูแนะแนว หรือครูทางสุขศึกษาแล้วบอกว่า “ครูคะ หนูมีความต้องการทางเพศ หนูผิดปกติใช่ไหมคะ”
แต่ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นเรื่องน่าแปลกในสังคมไทย เพราะไม่เคยให้ความรู้กับวัยรุ่นหญิงอย่างจริงจัง สอนแต่รักนวลสงวนตัว และผลักภาระเรื่องเซ็กซ์ไปให้วัยรุ่นหญิงมากทีเดียว
“เราบอกเขาว่าอย่าใส่สายเดี่ยว เพราะจะไปกระตุ้นอารมณ์เพศชาย คำถามก็คือ คุณสามารถรับผิดชอบอารมณ์คนอื่นได้หรือ และในสังคมแบบนี้ คุณให้อะไรกับเด็กผู้หญิงบ้าง เราอาจต้องย้อนกลับมาคิดว่า เรากำลังพูดอะไรอยู่ในเรื่องหญิงชาย เพราะท้ายที่สุด ระบบการศึกษาไทยกำลังหล่อเลี้ยงอคติเรื่องความอ่อนแอของผู้หญิง ผู้หญิงอย่าพูด(เรื่องเพศ)ให้มาก อย่าแสดงออกมาก(ต้องรักนวลสงวนตัว) ซึ่งทั้งหมดก็นำมาสู่ปัญหาเรื่องเพศ การบังคับร่วมเพศ ความรุนแรงที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายถูกกระทำ ซึ่งก็เพราะผู้หญิงปฏิเสธไม่เป็น”
ดร.ชลิดาภรณ์ กล่าว และย้ำว่า ทำไมไม่กล้าที่จะตั้งคำถามให้ผู้หญิงสามารถพูดเรื่องเพศได้
“ในที่สุดแล้ว ในฐานะครูบาอาจารย์ เราต้องสอนให้เด็กโตขึ้น สอนให้เด็กรู้จักเลือกในความหลากหลายของเซ็กซ์ ใครอยากรักนวลก็เอา ใครอยากได้แบบไหนก็ตามนั้น เพราะปัญหาสำคัญมันอยู่ที่ว่า ถ้าเราอยากให้เขารักนวลสงวนตัว เรามีเครื่องมือที่จะช่วยให้เขารักนวลสงวนตัวไหม” ดร.ชลิดาภรณ์ กล่าว และตั้งคำถามที่ท้าทายต่อสังคมไทยว่า ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะลบคติ(อคติ?) ที่ว่า “เซ็กซ์ทำให้ผู้หญิงแปดเปื้อน แต่ทำให้ผู้ชายมีประสบการณ์”

พลังแห่งชีวิตถูกต้านแหลกคุย มส.10 พ.ย.
ผอ.สำนักพุทธฯ มองเป็นเรื่องธรรมดาโฆษณาหนังสือพลังแห่งชีวิตเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ชี้ศาสนาไหน ๆ ก็น่าจะทำได้ ส่วนพระเทพวิสุทธิกวี เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ยังเดินหน้าออกแถลง การณ์ต่อต้าน เชื่อว่าประชุม มส. วันที่ 10 พ.ย. ต้องพูดเรื่องนี้

หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการโหมโฆษณาหนังสือ “พลังแห่งชีวิต” ทางสื่อต่าง ๆ ว่าเป็นการกระทำเพื่อแทรกแซงทางศาสนาในประเทศไทยหรือไม่ และมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น นั้น น.พ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า โดยความเห็นส่วนตัวคิดว่าเรื่องการโฆษณาและแจกหนังสือดังกล่าวไม่น่าจะผิดอะไร เพราะเป็นสิ่งที่ทุกศาสนาสามารถทำได้ แม้แต่ศาสนาพุทธก็ยังมีการเผยแผ่ธรรมะตามสื่อเป็นปกติทุกวัน

ส่วนศาสนาอิสลามก็มีรายการแนะนำศาสนาเช่นกัน ดังนั้นจึงถือได้ว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของศาสนาต่าง ๆ ที่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตามหากเกรงว่าหนังโฆษณาดังกล่าวจะมีอะไรแอบแฝงอยู่ก็คงต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายบ้านเมืองที่จะต้องเข้าไปดูแลและดำเนินการ ส่วนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นเพียงหน่วยงานสนับสนุนงานพระพุทธศาสนาเท่านั้นไม่มีหน้าที่เข้าไปดำเนินการใด


ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า หลังจากที่ได้เห็นโฆษณาดังกล่าวทำให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเกิดแนวคิดในการเผยแผ่ธรรมะของศาสนาพุทธ ตนจึงได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือถึงแนวทางที่น่าจะทำได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หวังที่จะไปสู้หรือต่อต้านศาสนาอื่นใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะเราไม่ต้องการให้ศาสนาพุทธเป็นศัตรูกับใคร

ส่วนเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนของสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทยคนหนึ่ง กล่าวว่า เท่าที่ทราบหนังโฆษณาดังกล่าวเป็นของมูลนิธิอาร์เธอร์เดอร์มอส ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระไม่ใช่หนังสือของชาวคริสเตียน แต่โดยความคิดเห็นส่วนตัวมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะเป็นเรื่องเสียหายอะไร เพราะเป็นการเผยแพร่คำสอนของพระเจ้า และคิดว่าไม่น่าจะผิดกฎหมายด้วย.

แอนดริว เกร็กสัน

หนุ่มหล่อ มาดเท่ห์ ขวัญใจสาวๆ ทั่วประเทศ แอนดริว เกร็กสัน ที่ตอนนี้เขากำลังมีผลงานละครเรื่อง เขยมะริกัน ที่ออกอากาศทางช่อง 3 ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ วันนี้เราพาแฟนละครทุกคนมาพูดคุยกับหนุ่มคนนี้ถึงผลงานละครเรื่องนี้ของเขากันค่ะ.....

เป็นยังงัยบ้างคะ สำหรับละครเรื่องนี้?

  • เป็นลูกของทูตที่พ่อจะให้แต่งงาน แล้วไม่อยากแต่งหนีออกมาอยู่เมืองไทย แล้วชอบชีวิตที่มันเป็นอิสระ เหมือนอยู่ตรอกข้าวสารเหมือนอยู่ในตลาด คือเหตุการณ์มันพาไป แล้วมันกลับชอบเพราะว่าก็ไม่เคยได้อยู่แบบนี้ เคยแต่ทำงานกะพ่ออยู่ในสถานทูต

    แล้วเป็นลูกทูตต้องมีเหตุการณ์มาอยู่ในตลาด เป็นยังงัยบ้างคะ?
  • ไม่รู้เขาจะเล่าแบบไหน มีเรื่องย่อต้องลองดู มีหลายเรื่องย่อ

    แล้วในเรื่องต้องมีพูดไม่ชัดด้วยเหรอคะ?
  • มีพูดไม่ชัด แต่มันต้องไปเรียน ดูฝรั่งว่าเค้าพูดยังงัยมากกว่า เพราะว่าจริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่ยาก ทำให้คนไทยที่พูดชัดๆอย่างเราๆเนี่ย ทำเป็นพูดภาษาไทยไม่ชัด ถ้าทำไม่ดีมันก็จะเป็นเหมือนกะคนที่พูดเล่น เหมือนพูดเหมือนแขก เหมือนอะไรแบบเนี้ย ซึ่งแบบนั้นผมว่ามันไม่ชอบ มันน่าจะเป็นแบบฝรั่งที่พูดไทยไม่ได้ หรือเพิ่งมาหัดพูดไทย ก็ต้องไปดูว่าเขาพูดยังงัย แต่จริงๆแล้วมันพูดไทยชัด ในเรื่องแต่มันแกล้งพูดไม่ชัดเพื่อให้คนเข้าใจว่ามันฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องหรืออะไรอย่างเนี้ย ก็ดูซิว่าคนจะคิดกะมันยังงัย เพราะว่ามันอยู่เมืองนอกมันรวยน่ะ แล้วก็มีแต่ผู้หญิงที่มันไม่ชอบเข้ามา พอมาอยู่นี่แล้วกลับกลายเป็นว่าคนพูดกะมันอีกแบบนึงน่ะ คิดว่ามันจน

    ไปศึกษาตัวอย่าง อะไรยังงัยคะ?
  • นี่พี่ปิ่นไปขอฝรั่งมา พาฝรั่งมาให้พูดคุย

    อย่างในเรื่อง เท่าที่ดูแล้วมีอะไรน่าหนักใจมั้ยคะ ในส่วนตัวแล้วแค่อ่านบทแล้วรับเล่นเลยหรือเปล่า?
  • ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีแต่ละเรื่อง บางทีอ่านปุ๊บแล้วรับได้ โดยที่ดูแค่นี้ก็รับได้แล้ว หรือบางเรื่อง สำหรับผมก็ต้องดูเยอะ มันไม่แน่นอนสำหรับทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้อ่านแล้วโอ มันน่าสนุกแล้วอ่านแล้ว น่าจะเล่นได้

    เป็นเพราะเรื่องที่แล้วมันหนักไปด้วยรึเปล่า เรื่องนี้เลยจะเล่นเบาๆ ?
  • ใจผม ผมชอบDrama คือใครจะคิดว่าละคร Drama ไม่ขายหรือว่าอะไร คือมันไม่ใช่ส่วนที่เราจะต้องคิด มันไม่ใช่Partของผม มันเป็นPartของการตลาด ของช่องของคน ที่เขาทำมันไม่เกี่ยวกะเรา เราชอบเรื่องไหนก็ลองคุยดูถ้าเขาอยากให้ทำ เขาคิดว่าคนจะดูเขาก็คงให้ทำ

    เสน่ห์ของ Drama ที่ชอบ ชอบตรงไหนคะ?
  • ไม่รู้เหมือนกัน ก็ชอบเล่นรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บางทีเวลาเจอคนเขาบอกว่าไม่ชอบดูละครหนักๆ เครียดๆ ทำงานทั้งวันเหนื่อยแล้วอยากดูอะไรที่มันเบาๆ สบายๆ บางคนเขาก็ชอบแบบนั้น ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

    จริงๆ แล้วชอบ Drama แล้วเห็นที่บอกว่าบอกตัดเรื่องลมหวนไปก่อน เพราะมันหนักอะไรอย่างเนี้ย?
  • คือผมไม่ได้ตัด มันเป็นการพูดคุยกันอยู่ อยู่ในขั้นตอนกันอยู่ผมยังไม่ได้ปฏิเสธ ยังพูดคุยกันอยู่ ก็ไม่รู้ที่ออกไปแบบนั้น ผมก็ยังไม่ได้พูดอะไรเลย

    การร่วมงานกะเบนซ์ นี่ร่วมงานเป็นครั้งที่สองแล้ว เป็นยังงัยบ้างคะ?
  • ละครเรื่องที่สอง หนังก็ไม่รู้เหมือนกัน หลังจากร่วมงานกัน ก็ได้เจอกันในงานที่ได้รับรางวัลอะไรสักอย่าง แล้วตอนเนี้ยก็มาเจอกันที่นี่ ก็เห็นเขาในทีวี เกือบจะทุกวันอยู่แล้ว เราเห็นเขาในทีวีแต่เขาไม่เห็นเรา เพราะเราไม่ได้ออก ไม่น่าจะมีอะไรมั้ง เพราะเขาก็เหมือนเดิม กี่ปีก็เหมือนเดิม แต่รวยขึ้นนะ รวยขึ้น

    เคยทำงานด้วยกันมาแล้ว มาเล่นอีกครั้งมันง่ายมั้ยคะ?
  • ไม่ ผมว่าไม่เกี่ยว บางคนอาจจะมีจำเป็นต้องมีความสนิทสนม หรือว่าบางคนไม่จำเป็น ผมว่ามันไม่เกี่ยวมันอยู่ในบท อยู่ที่ผู้กำกับ ผู้กำกับแต่ละคนก็มีวิธีการ เข้าไปสู่ตัวละครไม่เหมือนกัน น่าจะสนุก มันอยู่ที่บทด้วยมั้ง ผมว่าเรื่องนี้มันสนุกเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แล้วมันก็เหมือนได้ล้อเลียนคนไทยแท้ๆ ที่พูดไม่ชัด

    มันสอนอะไรมั้ยคะ?
  • ไม่ได้สอนหรอก มันเหมือนหยิบเอาจุดอะไรมาขยายสักอย่าง ผมไม่รู้ผู้ใหญ่คนไทย ดูแล้วอาจจะไม่ชอบแต่ว่ามันไม่ได้เป็นความตั้งใจที่จะทำให้ไม่ชอบ มันเป็นการเล่นอย่างนึง เป็นการเล่น เพื่อความสนุก จุดมุ่งหมายคือ เพื่อความบันเทิง คิดว่ามันน่าจะสนุกนะ

    คิดว่ามันน่าจะสนุกยังงัย ในเรื่องเป็นยังงัยบ้าง?
  • เห็นคนบอกว่า ผมเล่นเรื่องนี้เป็นอย่างนี้แหละ ตัวจริงก็เป็นอย่างนี้ เป็นทุกเรื่องแหละเป็นทุกเรื่อง ชีวิต
    ผมเป็นทุกเรื่องก็ดีแล้ว แปลว่าเขาเชื่อ เล่นละครก็อยากให้มันดีขึ้น