Make your own free website on Tripod.com

ทำอย่างไรถึงจะคิดนอกกรอบเดิมๆ

มองมุมใหม่ : ผศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์   กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

ท่านผู้อ่าน เคยประสบกับภาวะ ที่อยากจะทำงานให้สำเร็จลุล่วง ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์กับบริษัท แต่ก็รู้สึกว่ามองไปทางไหน ก็มีแต่ปัญหา หรืออุปสรรคไปหมด พร้อมกันนั้น ก็รู้สึกว่าไม่มีทางเลือก หรือทางออกสำหรับปัญหาที่เผชิญ หรืองานที่ต้องการทำบ้างไหมครับ?

ผมเชื่อว่า ท่านผู้อ่านคงจะเจอภาวะแบบนี้บ้างไม่มากก็น้อย ที่มีความรู้สึกว่าในการทำงานนั้นช่างไม่มีทางเลือก หรือทางออกสำหรับงานที่ต้องการทำ หรือปัญหาที่เกิดขึ้นเลย

สัปดาห์นี้เรามาลองดูกันนะครับว่า มีแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไรบ้าง

เราต้องมาดูถึงสาเหตุของปัญหากันก่อน เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เขาบอกว่า เมื่อเราเริ่มเข้าทำงานที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง เราก็มักจะสร้างความผูกพันกับองค์กรดังกล่าว จนกระทั่งกลายเป็นการพึ่งพาองค์กรนั่นทางจิตใจอย่างไม่รู้ตัว

ท่านผู้อ่านลองนึกดูซิครับว่า ถ้าท่านเข้าสู่องค์กรใดแล้ว และท่านทำงานด้วยดี เป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรนั้น ตัวองค์กรก็ย่อมที่จะดูแลท่านอย่างดีทั้งในแง่ของแนวทางในการทำงาน การพัฒนาความรู้ในการทำงาน ผลตอบแทน สวัสดิการ หรือแม้กระทั่งการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

ทีนี้เมื่อองค์กรที่เราทำงาน ได้ดูแลเราอย่างดีแล้ว ก็มักจะทำให้เราได้รับการดูแลอย่างดี จนสุดท้าย อาจจะเกิดความเคยตัว และสุดท้าย ก็จะทำให้บุคลากรในองค์กรปฏิบัติ และคิดตามกรอบที่องค์กรวางไว้ให้ จนไม่สามารถที่จะหาทางเลือกหรือแนวทางใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหา หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เหมือนกับองค์กรได้สร้างกรอบ หรือแนวทางในการทำงานให้กับสมาชิกทุกคน และสมาชิกทุกคน เมื่อตัดสินใจและปฏิบัติตามกรอบนั้น ก็จะได้รับการดูแลอย่างดีและประสบผลสำเร็จ ทีนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือถ้าเราเจอสถานการณ์ หรือเหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปตามแนวทาง หรือกรอบที่ได้ถูกวางไว้ก็จะไม่สามารถตัดสินใจ หรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ จะหาทางเลือกหรือทางออกที่เหมาะสมไม่ได้

ผมเจอมาในหลายองค์กรแล้วครับ ที่บุคลากรในองค์กรนั้นได้ถูกหล่อหลอมกรอบและวิธีการในการคิดและการทำงานมาในลักษณะหนึ่ง แต่เมื่อสถานการณ์และบริบทในการทำงานเปลี่ยนไป กรอบและวิธีการคิดเหล่านั้นก็จะไม่เหมาะสมอีกต่อไป ซึ่งบุคลากรก็ไม่สามารถที่จะหาทางออก หรือแนวทางอื่นๆ ในการคิดและทำงานได้ เนื่องจากตนเองคุ้นเคยต่อวิธีการในการทำงานแบบเดิมๆ ทำให้สุดท้ายแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะทำงานได้สำเร็จ ภายใต้สภาวการณ์ที่เปลี่ยนไป

การที่จะแก้ไขปัญหาข้างต้น ไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ง่ายนะครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เลย ท่านผู้อ่านอาจจะเริ่มจากการใช้บทสนทนาให้เป็นประโยชน์ครับ ท่านผู้อ่านลองนึกดูนะครับว่า โดยปกติแล้วเวลาท่านพูดคุยกับผู้อื่น เราส่วนใหญ่มักจะคุยกันแต่เรื่องงานทั่วๆ ไป ทีนี้เมื่อท่านผู้อ่านเผชิญปัญหา หรืองานที่หาทางออกไม่เจอ (ภายใต้กรอบแนวคิดแบบเดิมๆ) ท่านผู้อ่านลองนำประเด็น หรือปัญหาเหล่านั้นไปเป็นบทสนทนากับผู้อื่นดูซิครับ (แต่ก็ต้องเลือกด้วยนะครับว่าจะคุยกับใคร) แล้วท่านผู้อ่านจะพบว่า อาจจะได้ความคิดและแนวทางดีๆ ที่จะเป็นตัวกระตุ้นให้ท่านผู้อ่านสามารถคิดนอกกรอบได้

ตัวผมเองก็ใช้วิธีนี้อยู่เรื่อยๆ ครับ นั่นคือ พอมีประเด็นหรือปัญหาอะไรที่คิด หรือหาทางออกไม่เจอ เวลาพบเจอใครที่คิดว่ามีความเหมาะสม ก็จะนำเรื่องนั้นไปปรึกษาหารือด้วย ซึ่งก็ได้รับคำตอบที่มีค่าอยู่เสมอครับ แถมผู้ที่เราเข้าไปปรึกษาก็ยินดีที่จะให้คำแนะนำด้วย เนื่องจากการถามคำถามเหล่านั้น ก็เป็นการแสดงว่า เราให้ความสำคัญกับผู้ที่เราถาม ถึงแม้ว่าคำตอบที่ได้รับจะไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาทั้งหมดที่เจอ แต่ก็เป็นการเปิดโลกความคิดเราให้มองในแง่มุมใหม่ๆ เสมอครับ

นอกจากการคุยแล้วอีกวิธีหนึ่ง ก็คือการเพิ่มทักษะ ความรู้ ความสามารถ และมุมมองของตนเองให้มากขึ้น ไม่ว่าจะผ่านทางการอบรม การสัมมนา หรือการอ่านหนังสือ การเพิ่มทั้งความรู้ในด้านทั่วๆ ไป (General skills) และ ทักษะเฉพาะด้านที่ตัวท่านเองมีความเชี่ยวชาญ สามารถช่วยเพิ่มความสามารถของท่านในการแสวงหาทางเลือก และแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเลยครับ ความรู้ประเด็นหนึ่งที่เรามักจะละเลย ก็คือ ความรู้เกี่ยวกับตัวองค์กรที่เราอยู่

ตรงนี้ผมไม่ได้หมายถึงประวัติขององค์กร หรือสินค้าและบริการขององค์กรเพียงอย่างเดียวนะครับ แต่หมายถึงสิ่งที่จับต้องไม่ได้ภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นค่านิยม วัฒนธรรม บรรทัดฐาน แนวทางปฏิบัติต่างๆ ในองค์กร หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกภายในองค์กร

แต่ที่สำคัญที่สุด ก็คือการมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการของบุคลากรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรครับ (หรือที่เราเรียกกันว่า Stakeholders) เนื่องจากโดยปกติเวลาเราตัดสินใจหรือมองปัญหาต่างๆ เราก็มักจะคิดและมองจากมุมมองของเราเป็นหลัก แต่การทำความเข้าใจต่อความต้องการของผู้อื่นที่เกี่ยวข้องกับองค์กร จะทำให้เราเข้าใจถึงกระบวนการคิดและการตัดสินใจของบุคคลเหล่านั้นมากขึ้น และสุดท้าย ก็ย่อมทำให้ท่านสามารถคิดและตัดสินใจในอีกแง่มุมหนึ่ง ที่เป็นมุมมองของผู้อื่น และจะทำให้ท่านสามารถมีทางเลือกในการตัดสินใจที่หลากหลายขึ้น

คำแนะนำข้างต้นทั้งหมดคงจะไม่มีประโยชน์นะครับ ถ้าตัวเราเองเป็นผู้ที่ไม่ชอบที่จะคิดหาทางออก หรือทางเลือกใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าท่านผู้อ่านยังพอใจ และมั่นคงในกรอบแนวคิดแบบเดิมๆ ก็จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับท่านในการคิด และหาทางเลือกใหม่ๆ ครับ