Make your own free website on Tripod.com

วาทศิลป์กินใจประชาชน

ศ.ดร.อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์  กรุงเทพธุรกิจ    วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มักให้สัมภาษณ์ แสดงความคิด ความรู้สึก หรือตอบโต้ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ อย่างเปิดเผย ซึ่งหลายคนกล่าวว่า ท่านมีวิธีพูด ที่ต่างจาก อดีตนายกรัฐมนตรีหลายท่าน ผู้เขียนต้องการทราบว่า มีลักษณะอะไร ในภาษาพูดของนายกฯ ทักษิณ ที่ทำให้ลีลาการพูด ที่มีลักษณะเด่น ซึ่งเรียกว่า 'วัจนลีลาทักษิณ'

บทความนี้ มีวัตถุประสงค์จะวิเคราะห์รูปแบบของคำพูด หรือวัจนลีลาของนายกฯ ทักษิณ ที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนโดยไม่มีการเตรียมบทไว้ก่อน เป็นคำพูดที่ออกมาจากใจ สะท้อนทัศนคติ และความรู้สึกนึกคิดของท่านด้วย

วัจนลีลา หมายถึง รูปแบบหรือสไตล์การพูดของแต่ละคน ที่แปรไปตามผู้ฟัง สถานที่ และวัตถุประสงค์ของการพูด ตามทฤษฎีวัจนลีลาของมาร์ติน โจส (Joos 1961) รูปแบบของการใช้ภาษาสามารถแบ่งเป็นวัจนลีลาได้ 5 ระดับ เรียงลำดับจากที่เป็นทางการมากที่สุดไปหาที่เป็นทางการน้อยที่สุด ดังนี้

1.วัจนลีลาตายตัว (frozen style) เป็นรูปแบบภาษาที่ใช้ในโอกาสสำคัญในพิธีกรรม และใช้ด้วยความระมัดระวัง ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ ใช้คำหรูหราอลังการ ประโยคซับซ้อน และมีแบบแผนคงที่ตามกฎระเบียบที่ใช้มาในอดีต เช่น ราชาศัพท์ และภาษากฎหมาย

2.วัจนลีลาเป็นทางการ (formal style) เป็นรูปแบบภาษาที่ใช้ในสถานการณ์สำคัญ เช่น การประชุม ปาฐกถา การเขียนทางวิชาการ มีลักษณะเด่น คือ ใช้ประโยคซับซ้อน แต่ไม่มีแบบแผนคงที่เหมือนวัจนลีลาตายตัว เพราะเปลี่ยนตามสมัยได้

3.วัจนลีลาหารือ (consultative style) เป็นรูปแบบภาษาที่ใช้ในการติดต่อธุรกิจ การทำงาน การซื้อขายในชีวิตประจำวัน และการสนทนาแบบสัมภาษณ์ มีลักษณะเป็นภาษาพูด คือมีการใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่งและบุรุษที่สอง คำลงท้าย และประโยคไม่ซับซ้อน แต่ไม่มีการใช้สแลง

4.วัจนลีลาเป็นกันเอง (casual style) เป็นรูปแบบภาษาที่ใช้กับเพื่อนสนิท คนที่รู้จักคุ้นเคยกัน หรือคนในวงการเดียวกัน ใช้ในสถานการณ์สบายๆ ลักษณะของวัจนลีลานี้ คือ การพูดรัว หรือเร็ว ซึ่งทำให้มีการกร่อนคำและมีการออกเสียงไม่ชัด นอกจากนั้นยังมีการละคำ มีการใช้คำภาษาปาก คำสแลง และใช้ประโยคเรียบง่าย

5.วัจนลีลาสนิทสนม (intimate style) เป็นรูปแบบภาษาที่ใช้ในครอบครัว และกับบุคคลที่สนิทอย่างมาก เป็นการใช้ภาษาที่ผ่อนคลายมากที่สุด ลักษณะของวัจนลีลานี้ คือ มีการใช้คำศัพท์เฉพาะกลุ่มและคำย่อที่คนนอกกลุ่มไม่รู้ความหมาย มีการละคำ หรือกร่อนคำมากกว่าในวัจนลีลาเป็นกันเอง

ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์สำหรับบทความนี้ คือถ้อยคำที่ถอดเทปจากคำพูดของนายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถ้อยคำดังกล่าวได้มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ม.ค.-ก.ค. 2547 (ส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการวิเคราะห์อยู่ในภาคผนวก)

ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า 'วัจนลีลาทักษิณ' ในสถานการณ์ของการให้สัมภาษณ์เรื่องต่างๆ แตกต่างจากที่ผู้เขียนคาดไว้แต่เดิม กล่าวคือ แต่เดิมผู้เขียนคาดว่า 'วัจนลีลาทักษิณ' ในโอกาสดังกล่าว น่าจะเป็น วัจนลีลาเป็นทางการ หรือ วัจนลีลาหารือ ที่ค่อนข้างเป็นทางการ เพราะเรื่องที่พูดเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และสถานการณ์ก็ค่อนข้างเป็นทางการ เพราะเป็นการให้สัมภาษณ์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลหรือความคิดเห็นให้สาธารณชนรับรู้ ผู้ฟังก็คือสื่อมวลชนและคนไทยทุกคนในสังคม ซึ่งไม่มีความสนิทสนมกับนายกรัฐมนตรี

ผลการวิเคราะห์ยังแสดงให้เห็นว่า วัจนลีลาทักษิณ เป็นวัจนลีลาเป็นกันเอง เพราะมีลักษณะเด่น คือ การละคำ ใช้ภาษาปากและสแลง ใช้คำไม่จำเป็น เช่น 'มัน' และ 'อะไร' ใช้รูปประโยคไม่ซับซ้อน และใช้ถ้อยคำเปรียบเทียบแบบชาวบ้าน

รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะคำพร้อมตัวอย่าง มีดังนี้

1.การละคำ คือการละบางส่วนของประโยคไว้ในฐานที่เข้าใจ ลักษณะเช่นนี้เป็นลักษณะเด่นของวัจนลีลาเป็นกันเอง ดังตัวอย่างจากคำพูดของนายกฯ ทักษิณต่อไปนี้

(หมายเหตุ : เครื่องหมาย ? แสดงข้อความที่ถูกละไป ข้อความในวงเล็บ เป็นประโยคที่สมมติให้เป็นประโยคที่ไม่มีการละคำ ตัวเลขในวงเล็บหมายถึง วัน-เดือน-ปี ของหนังสือพิมพ์ แหล่งข้อมูล)

(1) มีคนมารอพบ? เยอะเลย (11-2-47) (= มีคนมารอพบผมเยอะเลย)

(2) ก็อย่างที่ ? เล่าให้ฟังว่า ? เหมือนทีมฟุตบอล (12-3-47) (= ก็อย่างที่ผม เล่าให้ฟังว่าคณะรัฐมนตรีเหมือนทีมฟุตบอล)

(3) แต่เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ? ก็ได้อธิบายให้แกนนำที่เข้าพบ ? ฟังชัดเจนแล้วว่า…(19-3-47) (= แต่เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ผมก็ได้อธิบายให้แกนนำที่เข้าพบผมฟังชัดเจนแล้วว่า…)

(4) ? เพิ่งมาตลาดน้ำดำเนินสะดวกเป็นครั้งแรก ? รู้สึกประทับใจธรรมชาติและวิถีชีวิต (3-4-47) (= ผมเพิ่งมาตลาดน้ำดำเนินสะดวกเป็นครั้งแรก ผมรู้สึกประทับใจธรรมชาติและวิถีชีวิต)

(5) คนที่จะเป็นนายกฯ ต่อก็ต้องหนุ่มกว่า ? เพราะวันที่? จะเลิกเล่นการเมือง อีก 5 ปีข้างหน้า ? อายุมากแล้ว (6-4-47) (= คนที่จะเป็นนายกฯ ต่อก็ต้องหนุ่มกว่าผม เพราะวันที่ผมจะเลิกเล่นการเมือง อีก 5 ปีข้างหน้า ผมอายุมากแล้ว)

(6) ? ยังไม่ทราบ ขณะนี้เป็นขั้นตอนของฝ่ายวิชาชีพที่กำลังพิจารณา ? กันอยู่ ? ยังไม่เสร็จสิ้น (10-6-47) (= ผมยังไม่ทราบ ขณะนี้เป็นขั้นตอนของฝ่ายวิชาชีพที่กำลังพิจารณาเรื่องนี้กันอยู่ การพิจารณา ยังไม่เสร็จสิ้น)

(7) พรรคไทยรักไทยไม่ซื้อ ? อยู่แล้ว ไม่ซื้อ ? มาตั้งนานแล้ว พรรคฝ่ายค้านเพิ่งจะมาประกาศหรืออย่างไร (30-6-47) (= พรรคไทยรักไทยไม่ซื้อเสียงอยู่แล้ว ไม่ซื้อเสียงมาตั้งนานแล้ว พรรคฝ่ายค้านเพิ่งจะมาประกาศหรืออย่างไร)

(8) ไม่รู้ว่านักวิชาการเหล่านั้นจะคุยหรือเปล่า ? ยินดีคุยเพราะ ? มีเวลาว่างเยอะ ถ้า ? อยากคุยก็บอกมา…(29-8-47) (ไม่รู้ว่านักวิชาการเหล่านั้นจะคุยหรือเปล่า ผมยินดีคุยเพราะผมมีเวลาว่างเยอะ ถ้านักวิชาการเหล่านั้นอยากคุยก็บอกมา…)

(9) ใกล้เลือกตั้ง ? รับรองไอ้หน้าพวกนี้จะออกมาสลอนอยู่เรื่อย ไมโครโฟนจ่อปาก ? เมื่อไหร่ ? ก็ ? ทันทีเลย (28-6-47) (=ใกล้เลือกตั้งผมรับรองไอ้หน้าพวกนี้จะออกมาสลอนอยู่เรื่อย ไมโครโฟนจ่อปากพวกนี้ เมื่อไหร่ พวกนี้ก็จะพูดทันทีเลย)