Make your own free website on Tripod.com

 

 

กาแฟดำ : เมื่อ ครม.ไทย พูดไทยไม่ชัด...

 

ควันหลงจากการเชิญชวนประชาชน ไปฟังการประชุมคณะรัฐมนตรี "นัดประวัติศาสตร์" ที่เมืองทองธานีเมื่อวันอังคาร ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ในสภากาแฟ กันอย่างเอาจริงเอาจัง

นักข่าวไปสัมภาษณ์ชาวบ้านที่มารอเข้าร่วมฟังตั้งแต่เช้าบอกว่า ส่วนใหญ่ตื่นตาตื่นใจ ใครที่หลบหนีออกไปเพราะฟังภาษาฝรั่งที่นายกฯ และรัฐมนตรีทั้งหลายพูด ก็คงไม่สนใจเหตุการณ์บ้านเมืองจริงจัง แต่สำหรับคนรักชาติรักบ้านเมืองแล้ว นี่คือประสบการณ์ที่หายากยิ่งนัก

ที่จะได้ยินนายกฯ สบถ "แม่ม...ตายอ่า..." ให้ได้ยินกันตรงๆ (ถ่ายทอดออกอากาศไปทั่วประเทศด้วย, ถือเป็นประวัติศาสตร์การเมืองของโลกที่ผู้นำประเทศส่งภาษาชาวบ้านอย่างแท้จริง)

ได้ยินและฟังนายกฯ อาละวาดด่ากราดตั้งแต่รัฐมนตรี ไปจนถึงปลัดกระทรวงและอธิบดีอย่างไม่ต้องเซ็นเซอร์ ("ระเบียบแค่นี้ทำไม่ได้ จะไปสู้อะไรกับพวกโจรว่ะ จ่ายไม่จ่ายเถียงกันนาน ไปทำมาให้จบ ผมเบื่อ อ้างระเบียบ ปัญหาภาคใต้อยู่ในภาวะปกติเสียที่ไหน มันไม่ปกติ ใจอยากไปปักหลักอยู่ในพื้นที่สัก 3 เดือน จะไปอยู่เอง แม่ง..เอาให้รู้ไปเลยว่าใครจะแยกดินแดน ถ้าไม่ติดเลือกตั้ง ผมจะไปอยู่เอง เฝ้าดูให้รู้เรื่องไป ระบบราชการเป็นอุปสรรคในหลายเรื่อง ทำให้ประเทศล้าหลังตาย..ห...อ่า ประเทศไม่ไปไหนเลย ขอให้ทุกอย่างอัตโนมัติ")

อีกทั้งชาวบ้านได้เห็นความเด็ดขาดของนายกฯ เพราะท่านบอกว่า หากหัวหน้าส่วนราชการคนไหนหวงเงินจะให้ไปอยู่ภาคใต้แทน

ถ้าผมเป็นคนมาจากภาคใต้ที่มีปัญหา ผมก็จะต้องใจหายใจคว่ำและรู้สึกหนาวขึ้นมาทันที เพราะท่านจะเอาคนทำงานไม่ได้เรื่องลงไปภาคใต้อีกแล้ว ไหนว่าจะย้ายคนเลวๆ ออกจากภาคใต้ไง คราวนี้จะเอาคนเลวจากกรุงเทพฯ ลงมาให้อีกแล้วหรือนี่

จะว่าไปแล้ว การได้ฟังการประชุมวันนั้นก็เป็นการฝึกภาษาอังกฤษไปในตัวอย่างดียิ่งสำหรับชาวบ้าน จะได้รู้ว่าเวลาที่ท่านผู้ปกครองประเทศปิดประตูประชุมกันนั้น ท่านสื่อความหมายกันด้วยภาษาต่างถิ่นอย่างนี้แหละ

เพื่อนผมที่เรียนจบ MBA มายังบอกผมว่า จะหาคณะรัฐมนตรีไหนในโลก (ยกเว้นที่พูดภาษาฝรั่งเอง) ที่เจรจาด้วยภาษาต่างด้าวอย่างคล่องแคล่วเช่นนี้หายากยิ่งนัก สมควรจะได้รับความภูมิใจอย่างยิ่ง (เป็นวันเดียวกับที่มีข่าวจาก UNESCO ซึ่งเป็นองค์กรด้านการศึกษาและวัฒนธรรมของสหประชาชาติ ออกผลการสำรวจว่ามาตรฐานการศึกษาของไทยเราอยู่อันดับที่ 60 อยู่เหนือก็แต่เวียดนาม, อินโดนีเซียและฟิลิบปินส์กับพม่าเท่านั้น)

นายกฯ สอนให้รัฐมนตรีรู้จัก KPI (key performance index) และ Six Sigma ขณะที่รองนายกฯ พูดถึงเรื่องเลี้ยงวัวล้านครอบครัวว่า IRR (Internal Rate of Return) สูงน่าประทับใจ และรัฐมนตรีว่าด้วยเทคโนโลยีบอกว่า จะต้องมอง paradigm (กระบวนทัศน์) ที่กว้างขวางและแน่นอนว่าโครงการรัฐบาลที่ถกกันกว้างขวางที่สุดในวันนี้ยังไม่รู้ว่า ภาษาไทยเรียกอะไร นั่นคือ SPV (Special-purpose vehicle) ในเอกสารทางราชการ เพราะเรื่องนี้ใหม่มาก ในโลกนี้ยังไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำ

ชาวบ้านอาจจะถามว่า ถ้าไม่มีที่ไหนในโลกทำมาก่อน ก็ไม่น่าจะมีชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษใช่ไหม? หากจะให้เขาจารึกว่านี่เป็น "สิ่งแรกของโลก" ก็น่าจะต้องมีชื่อเป็นภาษาไทยให้คนทั้งประเทศนี้ได้ภาคภูมิใจอย่างเต็มที่

เสียดายว่าวันนั้น รัฐบาลลืมให้นักศึกษา BMA รุ่นที่กำลังจะสอบไล่มาฟังและให้ประเมินความสามารถ (ภาษาฝรั่งเรียก performance ของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ว่าด้วยความเข้าใจศัพท์แสงทางเศรษฐศาสตร์ หรือไม่ยกคณะนักเรียนมัธยมทั่วประเทศมาฟัง และให้ครูออกข้อสอบถามว่า นักเรียนเข้าใจคำอภิปรายของคณะรัฐมนตรีวันนั้นสักกี่เปอร์เซ็นต์)

รู้สึกไหมครับว่า ถ้าจะให้ทันสมัยทุกวันนี้ต้องประกาศว่า เรารักชาติวันละสามเวลา และความรักชาตินั้นต้องแสดงออกด้วยการพูดภาษาไทยหนึ่งคำภาษาฝรั่งสองคำสลับกันไปอย่างการประชุมนัดประวัติศาสตร์ของคณะรัฐมนตรีครั้งนี้นี่แหละ

ใครเป็นครูสอนภาษาไทยให้รัฐมนตรีทั้งหลาย ยกมือขึ้น