Make your own free website on Tripod.com
ชาวโลกเลือกจอห์น เคอร์รี

ขณะนี้ ถนนทุกสายของประชาคมโลก นอกจากจะพุ่งเป้ามายังประเทศไทย ในเรื่องของตากใบทมิฬแล้ว ก็ยังให้ความสนใจกับศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะมีขึ้นในวันนี้ 2 พ.ย. 2547 เนื่องจากผลที่สหรัฐเป็นชาติมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลก ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการเมือง ภายหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย ทำให้การบริหาร นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลชุดใหม่ ไม่ว่าใครจะผงาดขึ้นครอง เก้าอี้ผู้นำทำเนียบขาวในอีก 4 ปีข้างหน้า ระหว่างจอร์จ ดับเบิลยู บุช เจ้าของตำแหน่งเดิม จากพรรครีพับลิกัน กับจอห์น เคอร์รี ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครต จะส่งแรงกระเทือนไปทั่วโลก และดูจะมีความหมายเป็นพิเศษ สำหรับชาวอเมริกันที่ต้องเลือกข้างเอาว่า จะสนับสนุน หรือคัดค้าน นโยบายบุกอิรัก ของรัฐบาลปัจจุบัน

ที่ผ่านมา จอร์จ ดับเบิลยู บุช กับจอห์น เคอร์รี เปิดเวทีโต้คารมในประเด็นร้อนๆ ผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์กันแบบสดๆ ให้ชาวโลกประจักษ์มาแล้วหลายครั้ง ถือเป็นวิธีการหนึ่งในกระบวนการเลือกตั้งที่มีผลต่อการตัดสินใจของชาวอเมริกันมาก แต่ผลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำขึ้น โดยสถานีข่าวหลายๆ แห่งของสหรัฐล่าสุดพบว่า ทั้งคู่มีคะแนนสูสีกันมาก โดยบุชมีคะแนนนำหน้าเคอร์รีอยู่เพียง 1-2 จุด ขณะที่ในมลรัฐใหญ่ที่ยังๆ ไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร อย่างเช่น รัฐฟลอริดา ก็อาจเป็นตัวชี้ขาดว่าใครจะก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐ เหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2543 ซึ่งครั้งนั้นบุชผู้ลูกเอาชนะอัล กอร์ ไปอย่างชนิดที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันให้วุ่นวายมาแล้ว

4 ปีของบุช ทำให้โลกตกอยู่ในสถานการณ์ระแวดระวังภัยก่อการร้ายและภาวะสงคราม หลังจากผู้นำสหรัฐส่งทหารบุกอัฟกานิสถาน และอิรัก เพื่อกวาดล้างและตามล่าตัวนายออสมา บิน ลาเดน หัวหน้ากลุ่มอัล-ไกดา ซึ่งสหรัฐเชื่อว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 11 ก.ย. ที่สำคัญ บุชสั่งการให้ทหารอเมริกันบุกอิรัก โดยอ้างว่า ซัดดัม ฮุสเซ็น ประธานาธิบดีอิรักในขณะนั้น ซ่องสุมอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง ขณะที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) และนานาประเทศ ไม่เห็นด้วย ซึ่งต่อมายูเอ็นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคิดถูก เพราะขณะนี้ บุชเองยอมรับแล้วว่าไม่มีอาวุธดังกล่าวอยู่ในอิรักจริง พร้อมหาแพะด้วยการโทษหน่วยข่าวกรองว่า ให้ข้อมูลผิดพลาด ซึ่งนโยบายอิรักของสหรัฐ ทำให้โลกต้องแตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรง

เราเห็นว่า หากประธานาธิบดีบุชได้รับเสียงจากคนอเมริกัน ให้กลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำทำเนียบขาวต่อ สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ น่าจะร้อนแรงดุเดือดยิ่งกว่ารัฐบาลบุชสมัยแรก เพราะเท่ากับว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับการดำเนินนโยบายอิรัก และนโยบายต่างประเทศ ที่แข็งกร้าวของรัฐบาลปัจจุบัน ใครจะรู้ว่าบุชอาจเปิดฉากบุกเกาหลีเหนือหรืออิหร่าน โดยอ้างว่าทั้ง 2 ประเทศ สะสมอาวุธมหาประลัย เพื่อทำลายล้างโลกเช่นเดียวกับการบุกอิรัก ซึ่งในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งตามรัฐต่างๆ นั้น บุชมักเตือนให้ชาวอเมริกันระวังภัยก่อการร้าย และประกาศเสมอว่า สหรัฐต้องการผู้นำที่เข้มแข็งในภาวะสงคราม และสหรัฐ ควรจะมีนโยบายบุกก่อน

ในการเลือกตั้งสะท้านโลกหนนี้ ชาวโลกส่วนใหญ่ลงคะแนนเลือกเคอร์รี เนื่องจากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในหลายๆ ประเทศ ว่า จะเลือกใครระหว่างบุชกับเคอร์รีนั้น เสียงส่วนใหญ่ตอบว่าขอเลือกเคอร์รี วุฒิสมาชิกจากมลรัฐแมสซาชูเซตส์ เพราะชอบที่เคอร์รีให้สัญญาว่า จะดำเนินนโยบายอ่อนน้อมในการเจรจาเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ แม้เขาสนับสนุนการทำสงครามอิรัก และอาจพร้อมจะส่งทหารไปอีก แต่ก็ต้องการให้กองกำลังสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่นำโดยสหรัฐเป็นผู้รับผิดชอบการรักษาความปลอดภัย ซึ่งตีความได้ว่าโลกไม่ต้องการให้นโยบายต่างประเทศที่ก้าวร้าวของบุชเกิดขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้า แต่คำถามอยู่ที่ว่าคนอเมริกัน จะทำให้ชาวโลกผิดหวังหรือไม่